
เมื่อนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ ประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2010
หากมองแค่ข่าวคงไม่รู้ถึงเบื้องลึกว่า ประชาชนชาวอังกฤษได้เรียกร้อง ให้ยุบสภามากว่า 3 ปีแล้ว
แต่พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ใช้วิธีเปลี่ยนนายก จาก โทนี่ แบลร์ มาเป็น กอร์ดอน บราวน์ เพื่อลดกระแสการต่อต้านพรรคแรงงาน
กอร์ดอน บราวน์ ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่า จะยังไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งในปี 2009 ทั้งเหตุผลด้านเศรษฐกิจ และ รู้ว่าพรรคแรงงานจะแพ้ ถ้าเลือกตั้งในปี 2009
ตลอดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งของกอร์ดอน บราวน์ จนกระทั่งปลายปี 2009 มีหลายช่วงที่ พรรคแรงงาน ได้รับความนิยมน้อยกว่า พรรคอนุรักษ์นิยม ถึง 20% เช่น เมื่อวันที่ 20-22 June 2008 พรรคอนุรักษ์นิยม ได้ถึง 45% และพรรคแรงงาน ได้เพียง 25% และ พรรคแรงงาน พ่ายแพ้ด้านเสียงประชาชน 10 -17% ตลอดปี 2009
ซึ่งโดยปกติ ถ้ามองเรื่องความเห็นของประชาชนเสียงข้างมาก ตามหลักประชาธิปไตย นายกอร์ดอน บราวน์ ต้องยุบสภาไปแล้ว
จนกระทั่งเมื่อกระแสตีกลับ พรรคแรงงาน กลับมาเป็นที่นิยม เพราะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวในปี 2010 ผลสำรวจล่าสุด วันที่ 1-3 เมษายน 2010 พรรคอนุรักษ์นิยม ได้ 37% พรรคแรงงานได้ 33% ห่างกันเพียง 4% ซึ่งดีที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งกระแสกำลังเข้าทางของพรรคแรงงาน
นายกอร์ดอน บราวน์จึงตัดสินใจ เข้าเฝ้า ควีน เพื่อขอให้พระองค์ทำการยุบสภา แน่นอนว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสียงประชานชนที่ก่นด่ามาตลอด 3 ปี แต่เป็นเพราะความมั่นใจว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่พรรคแรงงานจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง การเมืองในประเทศอังกฤษ
แสดงให้เห็นว่า พรรครัฐบาลของอังกฤษไม่ได้ยุบสภา ตอนที่พรรคฝ่ายค้านได้รับความนิยมเป็นเสียงข้างมาก แต่ยุบสภาเมื่อเห็นโอกาสในการกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
หากรัฐบาลไทยต้องการทำตามรัฐบาลอังกฤษ ต้นแบบประชาธิปไตยแล้ว ก็คงต้องยังไม่ยุบสภา ในช่วงที่ตนเองได้รับความนิยมเสียงข้างน้อย แต่ยุบสภาเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น และกระแสความนิยมใกล้เคียงกัน และเห็นโอกาสในการกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ข้อมูลจาก โพลอันดับหนึ่งของอังกฤษ Guardian Poll ตั้งแต่ปี 1984 http://www.guardian.co.uk/news/datablog/2009/oct/21/icm-poll-data-labour-conservatives
Add A Comment