Archive for September, 2008
Mickey Music
คงไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ในวงการ MP3 Player ของ Apple iPod ได้ แต่ครั้งนึ้คู่แข่งอย่าง iRiver ก็ออก MP3 player ที่น่าจะเรียกได้ว่า น่ารักที่สุดในโลก
MP3 Player รุ่นนี้เปิดตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ข่าวคราวก็หายไป จนกระทั่งพี่มาเจอว่าขายอยู่ในอังกฤษแล้ว แม้จะมี Memory เล็กจิ๋วเพียงแค่ 1GB แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับเพลงเกือบ 250 เพลงแล้ว สามารถเล่นเพลงติดต่อกันได้ 9 ชั่วโมง ทั้งที่มีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 3 cm. และหนักเพียง 18 กรัม เท่านั้น ขนาดเท่าพวงกุญแจ หรือ พวก Charm ที่ใช้ห้อยกระเป๋า หรือ โทรศัพท์มือถือ ทั่วไป
ราคาที่อังกฤษ อยู่ที่ £29.99 (1,900 บาท) และตอนนี้มี 3 สีให้เลือก ตามที่เห็นในรูปเลย ส่วนใครที่สงสัยว่าทำงานยังไง ง่ายมากเลยครับ
ส่วนที่เป็นหัว Mickey นั้น มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และ ช่องเสียบหูฟัง ส่วน หู ของ Mickey ก็บิดได้ เช่น บิดหูซ้าย เพื่อปรับเสียง ดัง เบา และ หูขวา บิดเพื่อ เปลี่ยนเพลง
ที่สำคัญนี่เป็นสินค้าอย่างเป็นทางการของ Disney ด้วยครับ ใครสนใจจะซื้อ click เลยครับ ถ้ามี MP3 Player ที่น่ารักอย่างนี้อีก พี่ก็จะนำมาฝากกันอีกครับ @
Bangkok Dangerous
อีกอย่างที่น่าเสียดาย ฉากที่ Prague น้อยไปหน่อย จนไม่แน่ใจว่าไปจริงถ่ายทำที่ Prague จริงรึเปล่า ถ้าอยากเห็นเมือง Prague มากกว่านี้ Click เลยครับ พี่จะพาไปดูเอง
สรุปว่าหนังเรื่องนี้อยู่ในเกณฑ์ที่พี่ชอบมากทีเดียว เพราะมีคนไทยแสดงด้วยมากมาย และ หลายฉากก็ทำได้ตื่นเต้น ฉากการลอบสังหารก็ทำได้ดีครับ และเป็นหนังที่ทำให้เห็นว่า หนังที่คนไทยแสดง ก็สามารถขึ้นอันดับหนึ่ง Box Office ได้เหมือนกัน
Bangkok Dangerous (My rating 8/10)
เรื่องย่อ จาก Mthai
ชีวิตของนักฆ่านิรนามคนหนึ่งถึงทางแยกเมื่อเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย โจ (นิโคลัส เคจ) มือปืนเลือดเย็นจากอเมริกาเดินทางมาประเทศไทยเพื่อกำจัดเป้าหมาย 4 รายตามใบสั่งของ สุราช มาเฟียไทยสุดเหี้ยม เขาจ้าง ก้อง (ชาคริต แย้มนาม) นักเลงข้างถนนมาเป็นเด็กส่งสารและช่วยปกปิดตัวตนที่แท้จริง โดยวางแผนฆ่าก้องหลังจากเสร็จงาน แต่น่าแปลกที่มือปืนรักสันโดษอย่างโจจะยอมเป็นอาจารย์สอนวิชาการฆ่าให้ก้อง และเปิดใจหลงรักสาวใบ้แสนสวยชาวไทยชื่อ ฝน (หยางไฉ่หนี) เมื่อโจถลำลึกสู่โลกใต้ดินที่เต็มไปด้วยแสงสีของกรุงเทพฯ เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตอันโดดเดี่ยวของตัวเอง และเริ่มทลายกำแพงที่ก่อไว้ลง ทว่ามันเป็นเวลาเดียวกับที่สุราชเตรียมจะเก็บเขาเพื่อปิดปาก
The End is Nigh !!!
หลังจากใช้ Feed ข่าว โอลิมปิก และ ข่าวการชุมนุมประท้วง ที่ update ตลอดเวลา พี่โดนแซวว่าอู้อยู่หลายอาทิตย์ ซึ่งจริงๆ ก็ต้องรับว่าแอบอู้จริงๆครับ :) เพราะว่าช่วงนี้เร่งทำงานส่ง Prof. จนไม่มีเวลาจริงๆ แต่อ่านเรื่องนี้แล้ว ยังไงก็ต้องเอามาฝากกันครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่พี่ไม่ได้มาเขียนเลยก็ตามครับ
วันนี้เราจะพูดถึงการทดลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติกันครับ โดยการทดลองดังกล่าว จะเกิดขึ้นในวันนี้ (10 Sep 2008) ซึ่งถ้าทุกคนได้อ่านกระทู้นี้อยู่ก็แสดงว่าการทดลองคงสำเร็จไปแล้ว แต่ถ้าการทดลองล้มเหลว มีความเป็นไปได้ว่า โลกเราก็อาจถึงจุดจบไปด้วย
นักวิทยาศาสตร์หลายคนถึงกับออกมาต่อต้านว่าการทดลองดังกล่าวเป็น “Doomsday Test” หรือว่า การทดลองดับโลก
การทดลองดังกล่าวจะดำเนินการโดย องค์กรวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป(European Organization for Nuclear Research) หรือ CERN ซึ่งจะดำเนินการเดินเครื่องเร่งอนุภาค (Large Haldron Collider) เพื่อค้นหาคำตอบของจักรวาล และตอบคำถามทางทฤษฏีฟิสิกส์อีกหลายคำถาม โดยเฉพาะเรื่อง ทฤษฏีอนุภาคพระเจ้า (God Particle) หรือ Higgs Boson ตามทฤษฏีของ Prof. Peter Higgs นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษป
การทดลองที่ใช้นักฟิสิกส์กว่า 2,000 คน จาก 30 กว่าประเทศ เงินกว่า £4.4billion (2.77 แสนล้านบาท) นับเป็นการทดลองที่ลงทุนมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยจะทดลองที่ อุโมงค์ใต้ดินลึก 300 ฟุต ตรงพรมแดนสวิสเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส แถมเมืองเจนีวา โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาคจะทำการเร่งอนุภาคเร่งอนุภาคในท่อสูญญากาศ 2 ท่อหลายล้านรอบ เพื่อให้พลังงานค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงระดับพลังงานที่ต้องการ แล้วบังคับให้อนุภาคดังกล่าวจาก 2 ท่อ มาชนกันเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี เช่นเดียวกับการเกิดจักรวาลเมื่อ 14,000 ล้านปีก่อน
หลายคนเชื่อว่าการชนกันของอนุภาคดังกล่าวจะก่อให้เกิดหลุมดำ ที่อาจจะกลืนกินทุกอย่างโดยเริ่มต้นที่โลกเรานั่นเอง ซึ่งนักฟิสิกส์ที่ร่วมโครงการนี้ก็เชื่อว่ามีโอกาสจะเกิดหลุมดำขึ้นจริงเพียง 1 ใน 50 ล้านเท่านั้น และถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะมีขนาดเล็กมากในระดับนาโน และจะระเหิด หรือสลายไปในเวลา เสี้ยววินาที โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ
ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นว่า การทดลองเดินเครื่องครั้งแรกของเซิร์นนั้น ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะยังเดินเครื่องไม่เต็มที่ เหมือนเป็นการอุ่นเครื่องเท่านั้นในปีนี้ โดยเดินเครื่องที่ระดับพลังงาน 0.4 เทราอิเล็กตรอนโวลต์ (TeV) ซึ่งเซิร์นสามารถเดินเครื่องไปได้ถึง 14 TeV ในปีหน้า อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเก็บข้อมูลถึงปีละ 15 ล้านกิกะไบต์ และคงต้องใช้เวลาทดลองอีกหลายปี ซึ่งคงต้องพึ่งคอมพิวเตอร์จากหลายฝ่ายทั่วโลกในการวิเคระห์ข้อมูลเหล่านี้
อย่างที่พี่ว่าครับ ถ้าเกิดได้อ่านบทความนี้แล้ว แสดงว่าโลกเรายังอยู่ครับ ^^@
ปล. ใครอยากเข้าใจเรื่องการทดลองนี้ในเวลาเพียง 3 นาที click ดูคลิปข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ






