
โฆษณาชุดใหม่ของ iPhone 3G
เป็นไปตามความคาดหมายครับ กับการเปิดตัวของ iPhone 3G ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) 2008 ที่ San Francisco
โทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวที่เรียกว่า iPhone Killer ได้อย่างแท้จริง ก็คือ iPhone 3G นี่เอง มองตัวเครื่องด้านหน้าจะไม่เห็นความแตกต่างจากรุ่นเดิมครับ เพราะที่ต่างคือ ด้านบน ด้านหลัง ด้านข้าง และ ข้างในเครื่องนั่นเอง
iPhone 3G นั้นสามารถใช้เครือข่าย 3 G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากที่ Steve Jobs CEO ของ Apple แสดงให้ดูตอน Keynote ว่ามีความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงผ่าน 3G กว่าผ่าน Edge ถึง 2.8-3.6 เท่า และเข้าใกล้ความเร็วตอนใช้ผ่าน Wi-Fi แล้ว
ในขณะเดียวกัน iPhone 3G ก็จะมี GPS ในตัวเครื่องด้วย ซึ่งนับเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ใช้ และผู้ต้องการใช้ iPhone ได้เป็นอย่างดี
ในเรื่องของขนาดนั้น มองด้านหน้าเหมือนรุ่นเก่า แต่จะต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเมือ่องมองด้านข้าง เพราะ ขอบด้านข้างจะเล็กลงกว่าเดิม ไปพองตรงกลางๆ ตัวเครื่อง ซึ่งฝาหลังได้เปลี่ยนไปใช้เป็น พลาสติก ซึ่งมี 2 สีด้วยกัน คือ ดำ (8 และ 16 GB) กับ สีขาว (เฉพาะรุ่น 16GB) เหมือนกับ โดยเหมือนว่า สีดำจะเหมาะกับผู้ชาย (อาจเห็นรอยนิ้วมือชัดหน่อยนะครับ) และสีขาวสำหรับผู้หญิง
และครั้งนี้ iPhone ยังเปลี่ยนแปลงช่องเสียบหูฟัง ที่ก่อนหน้านี้จงใจให้ใช้กับหูฟังของApple เท่านั้น แต่ครั้งนี้เปลี่ยนให้ช่องเสียบใหญ่ขึ้นเพื่อผู้ใช้ เปลี่ยนไปใช้หูฟังยี่ห้ออื่นได้ไม่ต้องลำบาก
สำหรับ iPhone 3G จะเริ่มจำหน่ายพร้อมกัน 22 ประเทศทั่วโลก ในวันที่ 11 July 2008 แต่ครั้งนี้มีการกำหนดราคาขายที่ยากเกินห้ามใจ
โดยรุ่น 8GB จำหน่ายในราคา $199 (6,600 บาท)
รุ่น 16GB มี 2 สีจำหน่ายในราคา $299 (10,000 บาท)
แต่ทั้งนี้อาจต้องมีการ Sign Contract กับผู้ให้บริการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ แต่ยังไงเครื่องหิ้วก็จะถูกกว่าเดิมมากๆ ครับ
iPhone จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 70 ประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ (ไม่มีประเทศไทยนะครับ) ซึ่งของไทยก็คงต้องหวังพึ่งเครื่องหิ้วเหมือนเดิม แต่ง่ายขึ้นเยอะครับ ไม่ต้องหิ้วไกลจากอเมริกา เพราะครั้งนี้ ที่สิงคโปร์กับฮ่องกงก็จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการด้วยครับ
แต่จะเล่าแต่ข้อดีอย่างเดียวคงไม่ได้ iPhone ตัวนี้ก็มีข้อจำกัดครับ คือไม่มีกล้องด้านหน้า ทำให้ไม่สะดวกในการใช้ Video Call ส่วนตัวกล้องด้านหลัง ก็ยังแค่ 2 Megapixel เหมือนเดิมครับ Bluetooth ก็ยังใช้งานกับหูฟังได้อย่างเดียว เรื่อง ถ่ายวีดีโอ รับส่ง MMS ยังต้องใช้โปรแกรมเข้าช่วย
แต่เมื่อเทียบกับระบบ Multi-Touch ที่ใช้งานได้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างเกือบครบขนาดนี้ในราคาเท่านี้แล้ว ถ้าคนที่เป็นเจ้าของ iPhone อยู่แล้ว พี่คงยังไม่แนะนำให้ซื้อใหม่ เพราะรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าต่างกันอย่างชัดเจนที่ความเร็วของการใช้งาน 3G แต่ระบบ 3G ในไทยยังไม่ลงตัวพอที่จะทำให้คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนรุ่น แต่สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่
ครั้งนี้ถ้าเครื่องหิ้วของ iPhone 3G ราคาไม่ถึง10,000บาท คำถามคงไม่ใช่ว่าควรซื้อ iPhone 3G หรือไม่ แต่คงจะเป็นว่า ควรซื้อสีอะไร มากกว่าครับ ^^ ว่าแล้วเลื่อนลงไปดูรูปทั้งสีดำ และขาวข้างล่างได้ครับ @
*18/1/2009 - update ข้อมูลครับ* ราคา iPhone 3G เครื่องหิ้วที่เข้าประเทศไทยจริง ของ 8GB อยู่ที่ราว 23,000 บาท และ 16GB อยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท ครับ ซึ่งเท่าๆ กับราคาเปิดตัว iPhone 3G ของ Truemove เมื่อวันที่ 16 Jan 2009 ที่เพิ่งผ่านมาตามตารางข้างล่าง

สำหรับผู้อ่านที่ถามถึงการซื้อ iPhone 3G ที่อังกฤษ ในตอนนี้
ผมว่ามาถูกที่เลยเรื่องซื้อ iPhone 3G เพราะตอนนี้ราคาเครื่องเปล่าไม่มีสัญญา (ที่นี่เรียก Pay as you go) น่าจะถูกเป็นอันดับต้นๆของโลกทีเดียว ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ที่เงินปอนด์อ่อนค่า และการที่อังกฤษปรับลด VAT ลงนิดหน่อย
อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ที่ประมาณ 52 บาท ต่อ 1 ปอนด์ ถือว่าดีมากๆ เมื่อ 4 ปีก่อน เกือบ 75 บาท ต่อ 1 ปอนด์
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่คนไทยซื้อของอังกฤษคุ้มสุดในรอบหลายปีครับ
8GB = 342.49 ปอนด์ (17,850 บาท)
16GB = 391.43 ปอนด์ (20,390 บาท)
เดินไปร้าน Carphonewarehouse หรือ ร้าน O2 ที่มีอยู่ตามถนนใน City Centre ของทุกเมือง หรือ แทบทุกถนนหลักในลอนดอน
การซื้อแบบนี้ต้องซื้อพร้อมซิมแบบเติมเงินของ O2 ต้องเติมอย่างน้อย 10 ปอนด์ครับ จะทิ้งซิมหรือเอาไปใช้กับเครื่องอื่นก็ได้
โดยต้อง Unlock เอง เพราะเครื่องจะ locked กับเครือข่าย O2 มา แต่วิธีการใช้ Software Unlock ก็ง่ายแล้วครับ
เอา Link ของ Carphonewarehouse มาฝากครับ อ้อ ถ้าอยู่อังกฤษแล้วจะสั่งผ่านเว็บก็ได้นะครับ แต่แนะนำให้ไปซื้อที่ร้านดีกว่า
เลือกตรง Pay as you go นะครับ
http://www.carphonewarehouse.com/commerce/servlet/gben-server-PageServer?article=MAIN.UK.INTERNET.STATIC.APPLE.APPLEIPHONE




