Monday, September 6, 2010

P-Oat.com

The only constant is change

Archive for June, 2008

Peugeot Ozone

Posted by admin On June - 30 - 2008

พี่เข้าใจว่า เว็บนี้อาจจะนำของแปลกๆ มาให้ดูกันเยอะ แต่อันนี้แปลกไปกว่าที่ผ่านมาอีกครับ ^^

Concept Car หรือ รถต้นแบบ คันนี้ของ Peugeot ไม่เหมือนใครเพราะมีรูปร่างคล้าย กระป๋องน้ำอัดลม มากกว่ารถยนต์

แต่รถคันนี้ไม่ได้ล้ำยุคแค่รูปร่างนะครับ แต่ที่ตั้งชื่อว่า Ozone นั้นเพราะรถ Peugeot คันนี้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่สุด เพราะใช้พลังงาน Hydrogen-powered Fuel Cells  

สังเกตเบาะคนนั่งข้างในครับ นั่งได้สองที่นั่ง และไม่ใช่พวงมาลัยในการขับ เพราะใช้ Joystick แทนครับ

ที่เห็นตรงขอบกระป๋อง (ขอบตัวถัง) นอกจากไฟหน้า และไฟท้ายรถ ตรงนั้นคือ ล้อ และยางนั่นเองครับบังคับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ตอนล้อหมุน ตัวถังและที่นั่งผู้โดยสารจะอยู่นิ่งๆ ไม่หมุนตาม ^^@

การเข้าออกจากรถนั้นง่ายมากครับ กระจกหน้ารถสามารถ Slide ได้ ทำให้เปลี่ยนเป็นทางเข้าออกได้ด้วย

ถึงแม้ design ของเจ้า Peugeot Ozone จะดูแปลกขนาดนี้ แต่ก็ยิ่งน่าตื่นเต้นนะครับว่า เราจะได้เห็นรถแบบไหนอีกในอนาคต @

รูปจาก gizmodo

Wii 2 Mind-Controlled

Posted by admin On June - 27 - 2008

 

พี่นั่งอ่าน นิตยสาร T3 ฉบับใหม่ ที่พี่เป็นสมาชิกอยู่ เป็นนิตยสารของอังกฤษ เกี่ยวกับอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ (ที่เมืองไทยก็มีการนำไปแปล แต่จะช้ากว่าที่อังกฤษครับ)

ฉบับเดือน August 2008 (ที่นี่ชอบออกนิตยสารล่วงหน้า อย่างน้อย 1เดือนครับ) แต่ครั้งนี้อ่านแล้วแทบตกเก้าอี้

เมื่อ T3 มองว่าเครื่องเล่นเกมส์ที่ขายดีที่สุดในโลกตอนนี้อย่าง Nintendo Wii ที่น่าจะออกเครื่องเล่น  Wii 2 ในปี 2010

หลังจาก ทำให้โลกตะลึงด้วยการบังคับของ Wiimote ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเกมส์แรกที่นำเอา เทคโนโลยี Motion Sensing มาใช้ได้อย่างเต็มที่ (ที่เราเอามาตีเทนนิส ชกมวย โยนโบว์ลิ่ง อยู่หน้าจอกัน)  

แต่สำหรับ การบังคับเกมส์ด้วย Wii 2 นิตยสาร T3 คาดว่า….

Wii 2 จะบังคับเกมส์ด้วย ” ความคิด ” หรือ คลื่นสมอง นั่นเอง

ประมาณว่า คิดให้ มาริโอ กระโดดหมุนตัว ก็ไม่ต้อง เอาจอย Wii มาเขย่า แล้ว แค่คิดในใจให้กระโดด

ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเหลื่อเชื่อเมื่ออ่านครั้งแรก โดยเฉพาะในอีกแค่ 2 ปีข้างหน้า

แต่พอพี่ได้ลองอ่านเรื่องเกี่ยวกับ การบังคับเกมด้วยคลื่นสมองแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว ….. (โดยเฉพาะในอีกสัก 10 ปีข้างหน้า)

เพราะ บริษัท Emotiv Systems ซึ่งเป็นบริษัท พัฒนาด้าน Brain-Compuer interfaces ผ่าน Electroencephalography (EEG) หรือคลื่นสมอง ได้พยายามวิจัย และพัฒนาการสั่งการคอมพิวเตอร์ด้วยคลื่นสมอง มาตั้งแต่ปี 2003

จนปีนี้ บริษัท Emotiv กำลังจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงตัวเดียว แต่ไม่ธรรมดาเลยนั่นคือ Emotiv EPOC neuroheadset ซึ่งเป็นชุด Headset ใส่ที่ศีรษะของผู้เล่น เพื่อบังคับเกมได้

ลองดูคลิปวีดีโอ จากงาน Game Developers Conference 2008 ที่ San Francisco

 

โดย Headset นี้จะสามารถตรวจจับ ความคิด และการแสดงอารมณ์ และการแสดงออกของหน้าตา และการหมุนของศีรษะของผู้เล่นได้

EPOC Headset จะวางจำหน่ายพร้อมเกมที่มีชื่อไม่เป็นทางการว่า “The Game” โดยสร้างจาก Unreal engine ซึ่งเป็นเกมที่เหมือนเราเดินไปเรื่่อยๆ ในที่ที่นึง

ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์ของผู้เล่น เราสามารถ บังคับ ยก หรือ เคลื่อนย้าย ก้อนหินด้วยความคิด และทำให้ศัตรูกลัว ด้วยการทำหน้าเราให้น่ากลัว

EPOC Headset จะมาพร้อมกับ EmoKey ซึ่งจะทำให้เรา Set Keyboard ในคอมพิวเตอร์ตามความคิด หรือการแสดงออกทางสีหน้าได้ เพื่อใช้กับโปรแกรม หรือเกมส์ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น การ Chat ผ่าน MSN Messenger

ถ้าเรายิ้ม ให้เหมือนว่าเราพิมพ์ :D

ทั้งหมดนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ก็ทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของอนาคต ที่เราจะเห็นการใช้คลื่นสมอง หรือ ความคิด และอารมณ์ของมนุษย์ เพื่อบังคับอุปกรณ์ Electronics ทุกประเภท ทั้งเครื่องเล่นเกมส์ มือถือ ทีวี  คอมพิวเตอร์ และวันหนึ่งอาจรวมไปถึงรถยนต์ในอนาคต เรียกได้ว่า การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ไร้ขีดจำกัดทีเดียวครับ ^^@

ข้อมูลจาก T3 และ Emotiv

 

จริงๆ แล้ว ปกติ หนังเข้าใหม่ พี่จะเอาไปไว้ที่หน้า Movie นะครับ แต่สัปดาห์นี้หนังทั้งเมืองไทย และอังกฤษ เข้าเยอะจริงๆ เลยขออนุญาต เอามาไว้ตรงนี้เลยดีกว่าครับ

เรื่องแรกเลย Get Smart

เรื่องย่อ … แม็กเวลล์ สมาร์ท (สตีฟ คาเรล) จากเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ในสังกัดหน่วยสืบราชการลับซึ่งเคยแต่ทำงานกับแผ่นกระดาษ ถูก(ผลัก)ดันให้เป็นนักสืบภาคสนาม โดยภารกิจของเขาครั้งนี้ คือการจัดการกับแผนการร้ายที่ถูกวางแผนโดย KAOS แต่งานสุดหินครั้งนี้ลำพังเขาเองคงไม่มีปัญญาจัดการแน่นอน งานนี้เขาเลยได้ สายลับ99 (แอนน์ แฮทอเวย์) กับสุดยอดสายลับผู้เป็นตำนาน สายลับ 23 (The Rock) มาคอยช่วยอุดความเฟอะของเขาให้งานลุล่วงด้วยดี (มั้ย) (*ข้อมูลจาก MSN)

ส่วนตัวแล้ว พี่ออกจะผิดหวังกับพระเอกคนนี้อยู่บ้าง เพราะเคยดูหนังของคนนี้แล้วแอบไม่ขำครับ ^^! แต่ครั้งนี้น่าจะใช้ได้ครับ

เรื่องที่ 2 Mongol

เรื่องย่อ … ช่วงต้นชีวิตของ เจงกิสข่าน ผู้ถือกำเนิดขึ้นมาในนาม เตมูจิน เมื่อปี 1162 จากชีวิตที่เต็มไปด้วยภยันตรายในวัยเด็กสู่การต่อสู้ที่เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของเขา ภาพยนตร์ได้แต่งแต้มสีสันในหลายมิติในการถ่ายทอดชีวิตบุคคลที่ในอนาคตจะกลายเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ และยังเปิดเผยตัวตนที่ไม่ใช่สัตว์ป่าชั่วร้ายแบบเมื่อก่อน แต่เป็นต้นแบบของผู้นำที่ไร้ซึ่งความกลัวและมีวิสัยทัศน์ มองโกลจะแสดงให้พวกเราได้เห็นถึงการหล่อหลอมให้เกิดเป็นชายไม่ธรรมดาผู้นี้ และยังแสดงให้เห็นถึงรากฐานแห่งความยิ่งใหญ่ของเขานั่นคือ ความสัมพันธ์กับ บอร์เต้ ผู้เป็นภรรยาคู่ชีวิต และยังเป็นที่ปรึกษาที่เชื่อใจได้มากที่สุดอีกด้วย

เรื่องนี้ ค่อนข้างจะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ และที่อังกฤษเองก็เข้าฉาย ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว พี่ก็ตั้งท่าอยู่นานแล้วครับ แต่งานเยอะจริงๆ ช่วงนี้ ก็เลยต้องเอาไว้ก่อนครับ แต่ยังไงพอว่างปุ๊บ จะไปดูให้ได้ครับ

เรื่องที่ 3 คุโรซากิ ปล้นอัจฉริยะ

เรื่องย่อ …คุโรซากิ หรือชายหนุ่มนักต้มตุ๋น (โทโมฮิสะ ยามาชิตะ) คือผู้ที่หลอกเอาเงินจากคนที่ไปต้มตุ๋นเอาเงินของผู้อื่นมาอีกที แล้ว คุโรซากิ นั่นเองที่นำเงินเหล่านั้นส่งกลับคืนไปยังเหยื่อที่ถูกโกง ในตอนแรกเหตุผลที่ คุโรซากิ ทำอย่างนี้ก็เพราะพ่อของเขาเคยถูกต้มตุ๋นโดยพวก ชิโรซากิ ทำให้ล้มละลาย และในที่สุดก็แบกรับภาระไม่ไหวจนฆ่าทุกคนในบ้านตาย

คนเดียวที่รอดจากวิกฤติในครั้งนั้นมาได้ คือ คุโรซากิ ความแค้นในวัยเยาว์แปรเปลี่ยนมาเป็นการทวงคืน เพื่อเปิดโปงกลโกงทุกรูปแบบ และกำจัด ชิโรซากิ และ อะกาซากิ ให้สิ้นซาก ข้อควรจำก็คือ ในโลกนี้มีเหล่านักต้มตุ๋นอยู่ 3 ประเภท…

ผู้ที่หลอกลวงเงินจากผู้อื่นคือ ชิโรซากิ หรือนกกระสาขาว พวกที่หลอกลวงแต่เพศตรงข้าม ล้อเล่นกับจิตใจและร่างกายของเหยื่อ เรียกว่า อะกาซากิ หรือ นกกระสาแดง ผู้ที่หลอกลวง ชิโรซากิ และ อะกาซากิ มาเป็นอาหารอีกทอดหนึ่ง คือสุดยอดนักต้มตุ๋นในประวัติศาสตร์ คุโรซากิ หรือนกกระสาดำนั่นเอง

เรื่องนี้พี่ได้มีโอกาสอ่านฉบับการ์ตูน เมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีการนำมาทำเป็นหนังด้วย เรื่องนี้เข้าที่เมืองไทย และน่าเสียดายว่า เรื่องนี้คงไม่ได้เข้าที่อังกฤษครับ สงสัยคงต้องรอออกเป็น DVD ก่อน ใครได้ไปดู ก็มาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

เรื่องที่ 4 รัก/สาม/เศร้า

เรื่องย่อ … เรื่องราวของ “ฟ้า” “น้ำ” และ “พายุ” บัณฑิตจบใหม่จากคณะมัณฑนศิลป์ เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสามต้องเลือกทางเดินของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความรัก ซึ่ง “ฟ้า” เลือกที่จะแต่งงานกับคนที่เธอรักโดยยอมทิ้งงานในสายอาชีพที่เธอเพิ่งเรียนจบมา “น้ำ” เพื่อนสนิทของฟ้าเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เธอแอบมีให้กับพายุเพื่อจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ส่วน “พายุ” เพื่อนสนิทของฟ้าและน้ำเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เขาแอบมีให้กับฟ้าแล้วกลับไปอยู่กับแม่ดูแลกิจการโรงแรมที่เชียงราย …

เรื่องนี้อ่านเรื่องย่อหมดก็ไม่สนุกสิครับ โดยปกติแล้ว พี่ไม่ค่อยชอบหนังแนวนี้เท่าไหร่ แต่ค่อนข้างชอบผู้กำกับครับ ถ้าใครไปดูอาจต้องเตรียมใจไว้ว่าหนังอาจจะเศร้าหน่อยนะครับ

ใครได้ไปโรงหนังก็ลองเลือกดูจากหนัง 4 แนวนี้ดูนะครับ ^^@

ข้อมูลเรื่องย่อทั้งหมด จาก MSN TH

iPhone 3G

Posted by admin On June - 11 - 2008

 

โฆษณาชุดใหม่ของ iPhone 3G

 

เป็นไปตามความคาดหมายครับ กับการเปิดตัวของ iPhone 3G ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) 2008 ที่ San Francisco

โทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวที่เรียกว่า iPhone Killer ได้อย่างแท้จริง ก็คือ iPhone 3G นี่เอง มองตัวเครื่องด้านหน้าจะไม่เห็นความแตกต่างจากรุ่นเดิมครับ เพราะที่ต่างคือ ด้านบน ด้านหลัง ด้านข้าง และ ข้างในเครื่องนั่นเอง

iPhone 3G นั้นสามารถใช้เครือข่าย 3 G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากที่ Steve Jobs CEO ของ Apple แสดงให้ดูตอน Keynote ว่ามีความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงผ่าน 3G กว่าผ่าน Edge ถึง 2.8-3.6 เท่า และเข้าใกล้ความเร็วตอนใช้ผ่าน Wi-Fi แล้ว

ในขณะเดียวกัน iPhone 3G ก็จะมี GPS ในตัวเครื่องด้วย ซึ่งนับเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ใช้ และผู้ต้องการใช้ iPhone ได้เป็นอย่างดี

ในเรื่องของขนาดนั้น มองด้านหน้าเหมือนรุ่นเก่า แต่จะต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเมือ่องมองด้านข้าง เพราะ ขอบด้านข้างจะเล็กลงกว่าเดิม ไปพองตรงกลางๆ ตัวเครื่อง ซึ่งฝาหลังได้เปลี่ยนไปใช้เป็น พลาสติก ซึ่งมี 2 สีด้วยกัน คือ ดำ (8 และ 16 GB) กับ สีขาว (เฉพาะรุ่น 16GB) เหมือนกับ โดยเหมือนว่า สีดำจะเหมาะกับผู้ชาย (อาจเห็นรอยนิ้วมือชัดหน่อยนะครับ) และสีขาวสำหรับผู้หญิง

และครั้งนี้ iPhone ยังเปลี่ยนแปลงช่องเสียบหูฟัง ที่ก่อนหน้านี้จงใจให้ใช้กับหูฟังของApple เท่านั้น แต่ครั้งนี้เปลี่ยนให้ช่องเสียบใหญ่ขึ้นเพื่อผู้ใช้ เปลี่ยนไปใช้หูฟังยี่ห้ออื่นได้ไม่ต้องลำบาก

สำหรับ iPhone 3G จะเริ่มจำหน่ายพร้อมกัน 22 ประเทศทั่วโลก ในวันที่ 11 July 2008 แต่ครั้งนี้มีการกำหนดราคาขายที่ยากเกินห้ามใจ

โดยรุ่น 8GB จำหน่ายในราคา $199 (6,600 บาท)

รุ่น 16GB มี 2 สีจำหน่ายในราคา $299 (10,000 บาท)

แต่ทั้งนี้อาจต้องมีการ Sign Contract กับผู้ให้บริการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ แต่ยังไงเครื่องหิ้วก็จะถูกกว่าเดิมมากๆ ครับ

iPhone จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 70 ประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ (ไม่มีประเทศไทยนะครับ) ซึ่งของไทยก็คงต้องหวังพึ่งเครื่องหิ้วเหมือนเดิม แต่ง่ายขึ้นเยอะครับ ไม่ต้องหิ้วไกลจากอเมริกา เพราะครั้งนี้ ที่สิงคโปร์กับฮ่องกงก็จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการด้วยครับ

แต่จะเล่าแต่ข้อดีอย่างเดียวคงไม่ได้ iPhone ตัวนี้ก็มีข้อจำกัดครับ คือไม่มีกล้องด้านหน้า ทำให้ไม่สะดวกในการใช้ Video Call ส่วนตัวกล้องด้านหลัง ก็ยังแค่ 2 Megapixel เหมือนเดิมครับ Bluetooth ก็ยังใช้งานกับหูฟังได้อย่างเดียว เรื่อง ถ่ายวีดีโอ รับส่ง MMS ยังต้องใช้โปรแกรมเข้าช่วย

แต่เมื่อเทียบกับระบบ Multi-Touch ที่ใช้งานได้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างเกือบครบขนาดนี้ในราคาเท่านี้แล้ว  ถ้าคนที่เป็นเจ้าของ iPhone อยู่แล้ว พี่คงยังไม่แนะนำให้ซื้อใหม่ เพราะรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าต่างกันอย่างชัดเจนที่ความเร็วของการใช้งาน 3G แต่ระบบ 3G ในไทยยังไม่ลงตัวพอที่จะทำให้คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนรุ่น แต่สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่

ครั้งนี้ถ้าเครื่องหิ้วของ iPhone 3G ราคาไม่ถึง10,000บาท คำถามคงไม่ใช่ว่าควรซื้อ iPhone 3G หรือไม่ แต่คงจะเป็นว่า ควรซื้อสีอะไร มากกว่าครับ ^^ ว่าแล้วเลื่อนลงไปดูรูปทั้งสีดำ และขาวข้างล่างได้ครับ @ 

*18/1/2009 - update ข้อมูลครับ* ราคา iPhone 3G เครื่องหิ้วที่เข้าประเทศไทยจริง ของ 8GB อยู่ที่ราว 23,000 บาท และ 16GB อยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท ครับ ซึ่งเท่าๆ กับราคาเปิดตัว iPhone 3G ของ Truemove เมื่อวันที่ 16 Jan 2009 ที่เพิ่งผ่านมาตามตารางข้างล่าง 

สำหรับผู้อ่านที่ถามถึงการซื้อ iPhone 3G ที่อังกฤษ ในตอนนี้

ผมว่ามาถูกที่เลยเรื่องซื้อ iPhone 3G เพราะตอนนี้ราคาเครื่องเปล่าไม่มีสัญญา (ที่นี่เรียก Pay as you go) น่าจะถูกเป็นอันดับต้นๆของโลกทีเดียว ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ที่เงินปอนด์อ่อนค่า และการที่อังกฤษปรับลด VAT ลงนิดหน่อย

อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ที่ประมาณ 52 บาท ต่อ 1 ปอนด์ ถือว่าดีมากๆ เมื่อ 4 ปีก่อน เกือบ 75 บาท ต่อ 1 ปอนด์
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่คนไทยซื้อของอังกฤษคุ้มสุดในรอบหลายปีครับ

8GB = 342.49 ปอนด์ (17,850 บาท)
16GB = 391.43 ปอนด์ (20,390 บาท) 

เดินไปร้าน Carphonewarehouse หรือ ร้าน O2 ที่มีอยู่ตามถนนใน City Centre ของทุกเมือง หรือ แทบทุกถนนหลักในลอนดอน

การซื้อแบบนี้ต้องซื้อพร้อมซิมแบบเติมเงินของ O2 ต้องเติมอย่างน้อย 10 ปอนด์ครับ จะทิ้งซิมหรือเอาไปใช้กับเครื่องอื่นก็ได้

โดยต้อง Unlock เอง เพราะเครื่องจะ locked กับเครือข่าย O2 มา แต่วิธีการใช้ Software Unlock ก็ง่ายแล้วครับ

เอา Link ของ Carphonewarehouse มาฝากครับ อ้อ ถ้าอยู่อังกฤษแล้วจะสั่งผ่านเว็บก็ได้นะครับ แต่แนะนำให้ไปซื้อที่ร้านดีกว่า
เลือกตรง Pay as you go นะครับ

http://www.carphonewarehouse.com/commerce/servlet/gben-server-PageServer?article=MAIN.UK.INTERNET.STATIC.APPLE.APPLEIPHONE 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Kung Fu Panda

Posted by admin On June - 9 - 2008

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับอเมริกาแล้ว เรื่องที่ขึ้นอันดับหนึ่ง Box Office นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ เมื่อหนัง animation จากค่าย DreamWorks ที่พากย์เสียงโดยดาราดังมากมายเช่น Jack Black, Dustin Hoffman, Jackie Chan, Lucy Lui, Angelina Jolie และ Seth Rogen เรื่องนี้ทำรายได้สุดสัปดาห์เฉพาะที่อเมริกาถึง $60m (1,900 ล้านบาท)

Kung Fu Panda นั้นทำรายได้แซงหน้าหนังที่เปิดตัวพร้อมกัน อย่างเรื่อง You Don’t Mess With the Zohan ของ Adam Sandler ที่ทำรายได้ไป $40m วันนี้พี่เลยเอา Trailer หนังทั้งสองเรื่องมาฝากกันครับ

ปล. วันนี้ iPhone 3G น่าจะเปิดตัว เดี๋ยวพอเปิดตัวเมื่อไหร่พี่จะเอารูปมาลงให้ดูทันทีเลยนะครับ

Kung Fu Panda (HD)

You Don’t Mess With the Zohan

WALL-E

Posted by admin On June - 4 - 2008


 
นับเป็นหนังอีกเรื่องที่เข้าขั้นต้องดูเลยครับ จะเข้าฉายที่อเมริกา 27 June (ไม่แน่ใจเมืองไทยครับ ต้องเช็คอีกที) ส่วนที่อังกฤษเข้าวันที่ 18 July ครับ เป็นหนังของ Pixar ซึ่งสร้างชื่อไว้จากสุดยอดหนัง Animation ที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก ครั้งนี้กำกับโดย Andrew Stanton ผู้กำกับหนังออสการ์เรื่อง Finding Nemo และ Producer อย่าง John Lasseter ที่ไม่เป็นผู้สร้าง ก็เป็นผู้กำกับหนังของ Pixar แทบทุกเรื่อง

จริงๆ แล้ว idea ของการทำหนังเรื่องนี้ มีมาตั้งแต่ปี 1995 แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ผู้กำกับหันไปสร้างเรื่อง Monster Inc. แทน อาจจะเป็นเพราะเนื้อหาในตอนนั้นของ WALL-E หนักกว่า หนัง animation เรื่องอื่นๆ

กลับมาเรื่องของ WALL-E ใครไปดูหนังช่วงนี้อาจได้เห็น Trailer หรือ Teaser ของ WALL-E แล้วครับ เป็นเรื่องของอนาคตอีก 700 ปีข้างหน้า ในช่วงเวลาที่่มนุษย์ได้ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นกันหมดแล้ว แล้วส่งหุ่นยนต์นับล้านๆตัว มาเพื่อทำความสะอาดโลกที่เต็มไปด้วยขยะ แต่โครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จ และหุ่นยนต์ตัวอื่นก็จากโลกไป เหลือแต่ WALL-E หุ่นยนต์ตัวเล็กๆ อยู่ตัวเดียว ที่ยังทำหน้าที่เก็บกวาดโลกทั้งใบต่อไป จนกระทั่ง WALL-E ได้พบกับหุ่นยนต์รุ่นใหม่อย่าง EVE และตกหลุมรัก EVE

หนังเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องของหุ่นยนต์ แต่หนังเรื่องนี้จะเต็มไปด้วยความรู้สึก พี่เชื่อว่าหลายๆคนจะต้องตกหลุมรัก เจ้าหุ่นตัวเล็กๆ ที่ชื่อ WALL-E นี้อย่างแน่นอนครับ@