Monday, September 6, 2010

P-Oat.com

The only constant is change

Archive for April, 2008

iPhone 3G

Posted by admin On April - 20 - 2008

แม้จะมีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องว่า iPhone กำลังจะออกรุ่น 3G แต่ข่าวก็มักจะผิดอยูเสมอ โดยล่าสุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ iPhone ก็ไม่ได้ออกรุ่น 3G แต่ออกรุ่นที่มีความจุถึง 16GB ซึ่งเป็นการ Double Storage จากเดิมที่มีความจุสูงสุดแค่ 8GB

แต่เมื่อ Walt Mossberg จาก The Wall Street Journal ออกมาบอกเมื่อต้นเดือนว่า iPhone 3G จะมาในเวลาไม่เกิน 2 เดือน ผู้คนเริ่มกลับมาสนใจ iPhone 3G อีกครั้ง โดยเฉพาะคนอังกฤษ ซึ่งสาเหตุสำคัญเพราะเครือข่ายมือถือของอังกฤษเกือบทั้งหมดรองรับเทคโนโลยี 3G มากว่า 3 ปีแล้ว และในยุโรปก็เช่นกัน และทำให้ที่ผ่านมายอดขาย iPhone ในยุโรปไม่ถึงกับร้อนแรงนัก

เมื่อสองวันก่อนหลังพบ Prof. ตามปรกติ พี่เดินผ่าน O2 Shop เลยยิ่งได้เห็นความเป็นไปได้ของ iPhone รุ่นใหม่นี้ เพราะทาง O2 ประกาศลดราคา iPhone รุ่น 8GB ทีเดียว £100 จาก £269+Contract 18 เดือน เป็น £169+Contract 18 เดือน แต่ไม่มีการลดราคารุ่นที่เพิ่งออกอย่าง 16GB ที่ยังคงราคาไว้ที่ £329+Contract 18 เดือน แน่นอนว่าการลดราคารวดเดียวนี้ส่งสัญญาณการ ระบายสินค้าออกจาก stock ยิ่งเมื่อป้าย O2 เขียนว่าลดถึง 1 June 2008 ซึงนับเป็นเวลา 2 เดือนตามที่ Walt Mossberg ได้พูดไว้พอดี ทำให้คาดเดาได้ว่า 1 June 2008 นี้เราอาจจะได้เห็น iPhone 3G

ตอนนี้ข่าวของ iPhone 3G ทำให้เหล่า Fanboy เริ่มคาดเดาถึงรูปร่าง iPhone รุ่นใหม่นี้ไปแล้ว หลายข่าวบอกว่าคราวนี้ iPhone จะมาในรูปแบบ Flip บ้าง Slider บ้าง ซึ่งข่าวลือตรงนี้ยังเห็นไม่ตรงกัน เพราะบางข่าวก็บอกว่าเป็นรูปทรงเดิมโดยภายนอกเปลี่ยนแปลงแค่มีกล้องตัวหน้าเท่านั้น สำหรับเมืองไทย ถ้าใครยังไม่ได้ซื้อ iPhone ก็น่าจะรอดูรุ่น 3G เพราะตอนนี้ค่ายมือถือต่างๆในไทย กำลังเร่งหาทางที่จะให้บริการแบบ 3G

โดยข่าวล่าสุดเหมือนว่า AIS จะนำก่อนใครเพื่อน เมื่อประกาศจะเริ่มให้บริการ 3G ใน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่แรกวันที่ 6 May 2008 และตามด้วยกรุงเทพฯ วันที่ 15 June 2008 และอีก 20 จังหวัดในปีนี้ บางในไม่กี่เดือนนี้ และ DTAC กับ TRUE ก็กำลังสู้ตายขอนำอุปกรณ์เข้า เพื่อให้สามารถเริ่มให้บริการให้ได้ในปีนี้เช่นกัน @

ขอขอบคุณข่าวจาก Gizmodo & Manager Online

GPS VS Road Signs

Posted by admin On April - 18 - 2008

เห็นข่าวนี้ จะขำก็ขำไม่ออกครับ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไรมาก  อันนี้ที่อเมริกาครับ เมื่อคนขับรถบัสกำลังขับรถให้กับทีม Softball หญิงของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง คนขับก็ขับไปเรื่อยๆ ตามทางที่ GPS ที่เค้าติดตั้งไว้ในรถบอกทาง ด้วยความเพลินก็ขับตามคำแนะนำไปเรื่อยๆ จนจะต้องมาลอดใต้สะพานแห่งหนึ่ง GPS ก็ให้ตรงไปเรื่อยๆ เค้าก็เชื่อโดยไม่ได้สนใจป้ายบอกความสูงของสะพานที่เค้ากำลังจะลอดว่า สูงแค่ 9 ฟุต (2.74m) แต่รถเค้าสูง 11ฟุต 8 นิ้ว (3.56m) หรือรถเค้าสูงกว่าสะพานอยู่ 82 cm. รถเลยพุ่งเข้าไปใต้สะพาน สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นครับ…. โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก

ที่น่าแปลกใจ คือ สะพานที่มีมาตั้งแต่ 26 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีรถบรรทุกสินค้าแวะเวียนมาชน ประมาณทุกๆ 2 สัปดาห์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ชนแบบไม่เกรงใจป้ายเตือนขนาดนี้ ^^!

————————————————–

แถมให้อีกอันครับอันนี้ที่อังกฤษนี่เอง เมื่อต้องมีการติดตั้งป้ายเตือนที่ถนนของ Exton  ใกล้กับเมือง Winchester ว่า “ห้ามรถที่มีขนาดใหญ่เข้า เนื่องจากถนนแคบมากๆ อย่าขับตาม SAT NAV ” เพราะมักมีรถขนาดใหญ่ (กว้าง) โดยเฉพาะรถบรรทุกสินค้า ขับตาม GPS ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าถนนข้างหน้าแคบมากๆ ขนาดรถเก๋งธรรมดายังผ่านไปลำบาก จนเป็นปัญหาการจราจรบ่อยครั้ง

ทำให้พี่คิดได้ว่าสงสัย ศึก GPS VS Road Signs คงจะยังเพิ่งเริ่มต้น 

เพราะเทคโนโลยี อาจทำให้เราประมาทเลินเล่อ ตัวพี่เองตอนอยู่เมืองไทยก็ใช้ Parktronic (Park Sensor) ในรถยนต์ พอใช้บ่อยๆ เริ่มชินครับ ต่อมาถอยรถไม่ค่อยมองหลัง มองแต่จอ ประมาณว่ามั่นใจใน Sensor ถ้าประมาทอย่างนี้ก็อาจพลาดได้เหมือนกันครับ แล้วพอไปขับคันที่ไม่มี Parktronic นี่ เริ่มไม่ถนัดแล้ว อยู่ที่อังกฤษนี่ไม่มีรถขับครับ ใกล้ใช้เดิน ไกลนิดนั่งรถเมล์ ไกลมากใช้รถไฟครับ ^^@   

ขอขอบคุณ รูป&ข้อมูล จาก Engadget 

The Forbidden Kingdom

Posted by admin On April - 16 - 2008

พี่ขอฝากดูหนังกันหน่อยนะครับ เพราะเรื่องนี้ยังไม่เข้าที่อังกฤษครับ ในขณะที่เมืองไทย ได้เข้าฉายเร็วไม่แพ้ที่อเมริกา โดยจะเข้าฉายในสัปดาห์นี้แล้ว สำหรับอังกฤษนั้น พี่ลองเช็คดูเห็นว่าทาง Lionsgate UK จะนำมาเริ่มฉายในวันที 11 July 2008 พร้อมๆกับหนังเรืองอื่นอีกมากมาย เรื่องนี้พี่ได้เห็น Trailer หลายแบบ ถ้าได้เห็นแค่แบบเดียวจะงงเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าทำไม Michael Angrano หรือในเรื่องแสดงเป็น Jason Tripitikas ถึงมาร่วมเดินทางกับ เฉินหลง (Jackie Chan)ในเรื่องแสดงเป็น ยอดฝีมือกังฟู ชื่อ ลู่หยาน กับ หลี่เหลียงเจี๋ย (Jet Li) ซึ่งแสดงเป็นนักบวช มีนางเอกอย่าง Crystal หรือ หลิวอี้เฟย (เซียวเหล่งนึ่ง จากมังกรหยก 2)

พวกเค้ามีเป้าหมายเดียวกันคือ เอ่อ… เดินทางไปเพื่อนำเอากระบองไปคืนเจ้าของคือ ซุนหงอคง โดยต้องต่อสู้กับ Jade Warlord แม่ทัพหยก  เรื่องนี้ พี่ว่าเป็นสุดยอดความฝันของคนชอบหนังจีนเลยครับ มีเดินทางข้ามเวลา มีซุนหงอคง มีนางพญาผมขาว มีสุดยอดดารากังฟูของโลกทั้ง 2 คน ที่มาแสดงนำร่วมกันเป็นครั้งแรก เอาเป็นว่าใครมีโอกาสไปดูหนังก็อย่าลืมแวะไปดูหนังเรื่องนี้บ้างนะครับ @

Wordpress 2.5

Posted by admin On April - 15 - 2008

นี่เป็นวันแรกที่พี่ลอง update เว็บไซต์ให้เป็น Wordpress เวอร์ชั่นใหม่ 2.5 ครับ ช่วงนี้ถ้าเข้ามาเห็นหน้าเว็บเปลี่ยน Theme ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะพีกำลังทดสอบหา Theme ที่เหมาะสมกับ Wordpress 2.5 มากที่สุดครับ ตอนนี้อาจยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในส่วนอื่นมากนัก แต่รับรองว่าเดี๋ยวเว็บสวยขึ้นจนผิดตาแน่นอนครับ @

CAT CDMA

Posted by admin On April - 7 - 2008

 

เป็นโฆษณาที่ดีมากโดยเฉพาะ ถ้าตัวโครงข่ายมีแผนการ ชัดเจน ว่าจะทำยังไงนะครับ เพราะที่ผ่านมาทาง CDMA ไม่ได้ทำการขยายเครือข่ายอย่างจริงจัง จุดอ่อนของ CDMA จะเป็นที่ตัวเครื่องมือถือด้วย เพราะยังมีโทรศัพท์ไม่กี่รุ่นที่ Support ระบบ CDMA เรื่องสัญญาณโดยตัวโครงข่ายแล้วถ้ามีเสาสัญญาณแถวนั้นก็จะชัดแจ๋ว แต่เสาสัญญาณยังมีน้อยเกินไปครับ

Juno

Posted by admin On April - 6 - 2008

 

Juno  นับเป็นสุดยอดหนังแห่งปี 2007 เลยก็ว่าได้ครับ เพราะด้วยต้นทุนเพียง  $6.5m (200 ล้านบาท) แต่กลับทำเงินทั่วโลกได้ถึง $213m (7,000 ล้านบาท) ที่สำคัญคือเป็นหนังทำทั้งเงิน ทั้งกล่อง โดย ได้รับรางวัลออสการ์ สาขา Best Original Screenplay ยังไม่รวมรางวัลจาก BAFTAs, Critic’s Choice Award, Writers Guild of America Awards, Rome Film Fest ฯลฯ และเข้าชิงอีกมากมาย

เรื่องราวของ Juno MacGuff เด็กหญิงวัย 16 ปี ที่ค้นพบว่าตนเองตั้งท้องกับ Paulie Bleeker เพื่อนที่ชอบเธอมาตลอด ซึ่งเธอยังเรียนมัธยมอยู่ หลังจาก Juno ใช้เวลาสักพักใหญ่ในการหาทางออก  เพื่อนเธอจึงแนะนำว่ามีหลายครอบครัวที่ประกาศต้องการรับเด็กไปเลี้ยง ทำให้ Juno ตัดสินใจที่จะพบกับ คู่สามีภรรยา ที่คุณสมบัติดีพร้อม และน่าจะดูแลเด็กได้ดีกว่าเธอ ในขณะที่ท้องของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ ความผูกพันระหว่างเธอกับลูกในท้องก็เพิ่มมากขึ้น และมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ซึ่งทุกเรื่องล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของเธอ และลูกในท้องของเธอ…

สิ่งที่ทำให้เรื่อง Juno พิเศษ น่าจะเป็นการแสดงของ Ellen Page ที่รับบทเป็น Juno บทภาพยนตร์ และเพลงประกอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้หนังเรื่องนี้ลงตัว โดยเฉพาะ Ellen Page ทำให้พี่เชื่อไปเลยว่า เธอคือ Juno และบทพูดของเธอนั้นสนุกมาก แค่ฟังเธอพูดก็สนุกแล้วครับ เพราะสำเนียงก็ฟังยาก แถมศัพท์วัยรุ่นเกือบทั้งเรื่อง มั่นใจได้เลยว่า หลายๆ คำ เปิด Dic ไม่มีเจอ ดูแล้วต้องคิดตามตลอด แต่ทำให้ได้รู้ความนึกคิดของเธอ แบบจริงใจ ตรงๆ ซึ่งหลายจังหวะที่เธอได้เรียนรู้จากคำพูด ของคนรอบตัวเธอ ทำให้เธอเติบโต และเข้าใจตัวเองมากขึ้น

สำหรับอีกเรื่องที่ทำให้ประทับใจคือ เดาเรื่องไม่ถูกครับ เดาไม่ถูกด้วยซ้ำไปว่าฉากต่อไป Juno จะทำอะไร ไปไหน หรือตัวละครตัวไหนจะพูดว่าอะไร อาจจะเป็นเพราะพี่ไม่ค่อยได้ดูหนังแนวนี้ก็ได้เลยเดาไม่ถูก ไปดูแนว Sci Fi, Horror, Action ซะเกือบหมด แต่สุดท้ายหนังทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะพร้อม หรือไม่พร้อม ไม่ว่าจะอายุมาก หรือน้อย แต่ทุกตัวละครได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และเหมาะกับตัวเองที่สุด และส่งให้หนังเรื่องนี้ก็จบในแบบ Juno จริงๆ   

พี่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่พูดในฐานะคนชอบดูหนังคนนึงว่า “Juno เป็นหนังที่มีเสน่ห์” และรู้สึกได้เลยว่า 1 ออสการ์ น้อยไปสำหรับหนังเรื่องนี้ครับ สำหรับที่เมืองไทยเห็นว่าทางโรงหนัง House จะนำมาฉายในวันที่ 15 May 2008 ก็นับถอยหลังรอได้เลยครับ คุ้มค่าแก่การรอคอยแน่นอน @

PS ติดตามวันเข้าฉาย Juno ได้ ที่นี่ ครับ ^^