ไม่ได้เขียนหลายวันเลยครับ วันนี้เป็นการเตือนภัยบัตรเครดิตกันซะหน่อยเพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับทุกคน ทุกอย่างพัฒนาขึ้น กลโกงบัตรเครดิตก็พัฒนาขึ้นเหมือนกัน ตอนนี้ที่นิยมทำกันมากที่สุดคือ ทำเป็นเนียน ทำตัวเป็นแบงค์ผู้ออกบัตรเครดิต โทรมาว่าบัตรเรามียอดใช้จ่ายขนาดใหญ่ขึ้นมา ทางแบงค์ไม่มั่นใจว่าเราเป็นผู้ใช้จริงหรือไม่ จึงโทรมาตรวจสอบกับเรา หลังจากนั้นก็จะถามที่อยู่ที่ลงทะเบียน เลขบัตรประชาชน หมายเลขบัตร หรือกระทั่งเลข 3 ตัวหลังบัตร ถ้าเราบอกไปก็จะบอกว่า ถูกต้องแล้ว จะดำเนินการปฏิเสธยอดที่เข้ามาตัด หรือ อายัดบัตร แล้วออกบัตรใหม่ให้ หรืออื่นๆ แต่จริงๆ แล้วข้อมูลเพียงพอที่จะทำบัตรปลอม หรือ นำไปใช้ซื้อของทางอินเตอร์เน็ตได้ทันที
ต่อมาก็มีการพัฒนาโดยใช้ระบบอัตโนมัติโทรมาเตือนแทน ว่าท่านมียอดข้างชำระ เช่น
“สวัสดีค่ะ ขณะนี้เป็นระบบตอบรับโดยอัตโนมัติ บัตรเครดิตของท่าน เลยกำหนด
การชำระแล้ว ทางธนาคารจะทำการระงับบัตรของท่าน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการใช้บัตร
หากมีข้อสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่ให้รายละเอียดกับท่าน กรุณากด 9 เพื่อติดต่อโดยตรง
ต้องการฟังซ้ำกด 1 ขอบคุณค่ะ..”
หลังจากนั้นก็จะถามข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่นกัน ซึ่งถ้าได้ข้อมูลจากเราไม่ครบ แต่อาจเพียงพอที่จะปลอมเป็นตัวเรา เพื่อขอให้ทางศูนย์ออกบัตรใหม่ส่งไปที่อยู่อื่นก็มี
หลายครั้งก็มีการ Copy ข้อมูลบัตร โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันเนี่ยเคยโดนจับกันมาแล้ว โดยรับบัตรเรา แล้วแอบไปรูดที่เครื่อง Copy ก่อนส่งคืนเรา แล้วนำทำบัตรปลอม เพื่อไปใช้ตามที่ต่างๆ ซึ่งบัตรรุ่นใหม่ในไทยมีการใส่ Chip เพื่อให้ Copy ได้ยากขึ้น
แต่ที่อังกฤษตอนนี้ ทั้งบัตรเครดิต และเดบิต ใช้ระบบที่มั่นใจได้มากขึ้นคือ Chip & Pin คือพนักงานต้องนำเครื่องมาให้เรากด Pin 4 หลัก ด้วยตัวเอง ไม่สามารถแอบไปรูดบัตรเครดิตเพื่อ Copy ข้อมูล ถึงจะ Copy ข้อมูลได้ แต่จะไม่รู้ Pin ซึ่งเป็นระบบที่ในที่สุด เมืองไทยก็คงนำไปใช้ครับ อ้อ ส่วนระบบที่อยู่ในคลิปวีดีโอข้างบน เวลาใช้จริงมีการจำกัดวงเงินครั้งละประมาณ 10 ปอนด์ และมีการสุ่มเช็ค Pin อยู่ตลอด แต่ก็ใช้งานง่ายดีครับ@
