Wednesday, September 8, 2010

P-Oat.com

The only constant is change

Archive for the ‘Other’ Category

ศาลโลก

Posted by admin On February - 22 - 2010

เอามาฝากเป็นความรู้ครับ เห็นช่วงนี้มีการพูดถึง ศาลโลกกันเยอะจริงๆ คำว่าศาลโลก ใช้เรียกถึง 2 ศาล หลัก

คือ International Court of Justice กับ International Criminal Court แต่ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่พูดกันเยอะในเมืองไทยคือ

International Court of Justice  ข้อมูลจาก Wikipedia มีดังนี้ครับ

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ตั้งขึ้นโดยกฎบัตรสหประชาชาติเมื่อ พ.ศ. 2489 เป็นองค์กรหลักภายใต้องค์การสหประชาชาติตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยทำหน้าที่สืบเนื่องต่อจากศาลประจำยุติธรรมระหว่างประเทศ (Permanent Court of International Justice) ที่ยุติบทบาทหน้าที่ไปพร้อมกับองค์การสันนิบาตชาติ ( ศาลประจำยุติธรรมระหว่างประเทศ ตั้งขึ้นเมื่อ 10 มกราคม พ.ศ. 2463 )

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีใดๆ ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศ 2 ประเทศขึ้นไป (อังกฤษ: Contentious Case) เช่นข้อพิพาทเรื่องดินแดนอาณาเขต การละเมิดอำนาจอธิปไตย ปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ หรือแม้แต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับเอกชนที่รัฐเป็นผู้ฟ้องแทน ฯลฯ ทั้งนี้ประเทศที่เกี่ยวข้องจะต้องยินยอมรับอำนาจศาลให้เป็นผู้พิจารณาตัดสินก่อนเท่านั้น ศาลจึงจะมีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีนั้นได้

นอกจากนี้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังมีอำนาจวินิจฉัยเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นปัญหาในทางกฎหมาย ระหว่างประเทศ (อังกฤษ: Advisory Opinion) ในสามกรณีหลัก คือ กรณีแรก ตามที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ร้องขอ กรณีที่สอง ตามที่องค์กรอื่นภายใต้สหประชาชาติหรือองค์การชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติร้องขอโดยได้รับการอนุมัติจากสมัชชาใหญ่ และ กรณีที่สาม ตามที่ได้มีการให้อำนาจวินิจฉัยปัญหาไว้โดยสนธิสัญญา

เมื่อปี พ.ศ. 2505 ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้ยอมรับอำนาจศาลให้พิจารณาตัดสินคดีปราสาทเขาพระวิหาร โดยศาลได้ตัดสินว่าบริเวณปราสาทเขาพระวิหารส่วนสำคัญถือเป็นของประเทศกัมพูชา

———————————————————————–

ข้อมูลจาก Wikipedia ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จะเห็นได้ว่า ตาม List of International Court of Justice Case นับตั้งแต่มีศาลโลกมา ที่ผ่านมาศาลโลกรับพิจารณาคดี แค่ปีละประมาณ 4-5 คดี เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นความขัดแย้งกัน ระหว่าง ประเทศ ต่อ ประเทศ หรือเป็นการขอคำปรึกษาจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UN, WHO เท่านั้น เพราะศาลโลกเองก็มีข้อจำกัดในขอบเขตอำนาจหน้าที่พอสมควร เพราะถ้าประเทศคู่กรณีประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ยินยอม หรือลงนามรับรองในกฏบัตรใดๆ ให้คดีขึ้นสู่ศาลโลกได้ ศาลโลกก็จะไม่มีอำนาจไปบังคับพิจารณา หรือตัดสินในคดีนั้น

และถึงแม้จะมีการตัดสินแล้ว ก็มีเหตุการณ์ ที่ประเทศคู่กรณี ไม่ยอมทำตามศาลโลก เช่น อิสราเอล ใน ปี 2005 ที่ประกาศไม่สนใจคำตัดสินของศาลโลก โดยฟังคำตัดสินของศาลฏีกาในประเทศเท่านั้น และ ศาลของรัฐ Texas อเมริกา ก็ประกาศไม่ทำตามคำสั่งศาลโลก ทั้งที่รัฐบาลอเมริกา ก็พยายามปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก แต่ก็ไม่สามารถสั่งการก้าวล่วงศาลของรัฐ Texas ได้เช่นกัน

———————————————————————-

กระต่ายกับเต่า

Posted by admin On December - 11 - 2008

 

เรื่องนี้พื่ได้มาจาก Forward Mail เลยเอามาลงต่อให้อ่านกันครับ @

 

นิทานกระต่ายกะเต่า ฉบับ ที่ทำงาน

 

กาลครั้งหนึ่ง เจ้าเต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง ก็มีการกำหนดเส้นทางวิ่งแล้วก็เริ่มการแข่งขัน เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี ไปๆมาๆก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว

 

นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้าๆแต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้(เหมือนกัน) นี่เป็นเวอร์ชั่นเดะๆที่เราคุ้นหูกัน ไม่นานมานี้มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง

 

ต่อเลยนะ…. เจ้ากระต่ายสันหลังยาวก็รมณ์บ่จอยตามระเบียบที่แพ้ มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเอง มันก็พบว่าความมั่นใจในตัวเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจ ของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้ มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง

 

เฮ้ย..เมื่อกี๊ฟลุ้คอ๊ะป่าว แน่จริง..ใหม่เด่ะ เจ้าเต่าก็ตกลง ย่อมได้ไอ้น้อง”….

 

แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย เราได้ข้อคิดอะไรล่ะ… ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนสองคนในองค์กรของเรา คนนึงช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไรๆไม่เคยพลาด ไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา เทียบกับอีกคนนึงที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้นๆมากกว่า 

 

ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและพอใช้ได้นี่ดีกว่า….

 

เรื่องยังไม่จบแค่นี้ คราวนี้ถึงทีเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้

 

มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้วเพ่ พอการแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย

 

จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง “เฮ้ย!!!..เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะตู…” เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…. พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ ตนเองได้เปรียบมากที่สุด

 

ย๊างงง ยังไม่พอ มีต่อ…. ด้วยน้ำใจนักกีฬา

 

ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกัน การแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น ดังนั้น พวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค เริ่มต้นเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำแล้วเจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน

 

ผลการแข่งครั้งนี้ สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย(ตัว)มากกว่า การแข่งครั้งก่อนๆหน้านี้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…. การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊ง ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้นๆเป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วง สถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา

 

นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้หลังจากความความล้มเหลวได้เกิดขึ้น กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้น และเพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้วในชีวิต

 

เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้นและมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม บางครั้งก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างออกไป และในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคล แล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้นมาก

P-Oat.com

Posted by admin On December - 6 - 2008

วันนี้เว็บ P-Oat.com ก็เปิดมาครบ 1 ปี แล้วครับ พี่ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาด้วยนะครับ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่หลงทางมา แล้วรีบกดออกจากเว็บไม่ทันก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้พี่อุ่นใจว่า พี่ไม่ได้อ่านเองอยู่คนเดียว ^^ สำหรับพี่แล้ว แค่สิ่งที่เขียนมีคนได้อ่าน หรือเป็นประโยชน์บ้างก็ดีใจมากๆ แล้วครับ

อะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมใน P-Oat.com ในปีที่ 2 นี้บ้าง ??

ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดปีที่ผ่านมาคือ หน้าตาเว็บครับ พี่เปลี่ยน Themes ของเว็บนี้ไปแล้วกว่า 20 Theme ตั้งแต่เปิดเว็บ ^^ จนได้ Theme ปัจจุบันซึ่งพี่ค่อนข้างชอบ และลงตัวดีครับ ปีที่ 2 คงเปลี่ยน Theme น้อยมาก ไม่เกิน 5 Theme ครับ

หลายคนที่ดูเว็บนี้จากที่ทำงาน แล้วไม่เคยเปิดเสียง อาจไม่เคยรู้เลยว่าเว็บ P-Oat.com มีเพลงให้ฟังทันทีที่เปิดเว็บ ตอนแรกเพลงก็เป็นพวกที่เอามาจาก Top 20 ในเว็บไซต์ Seed FM 97.5 ต่อมา ด้วยความแก่ของพี่ เลยเริ่มแอบใส่เพลงยุคพี่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษา เช่น พี่เบิร์ดชุดแรกๆ นูโว ชุดแรก พอพี่ตามใจตัวเองหนักเข้า เริ่มไป ไมโคร UHT ฟอร์ด ใครที่ไม่ใช่รุ่นที่เกิดปี 20 คง ไม่รู้ว่า เพลงมันเคยดังจริงๆนะ ^^!

สำหรับปีหน้านี้ สำหรับพี่เองก็เป็นปีที่ต้องเปลี่ยนแปลงมากมาย เพราะได้เวลากลับไปทำงานเมืองไทยแล้ว เนื้อหาเว็บคงเป็นเรื่องที่เห็นได้ในเมืองไทยมากขึ้นครับ

Review เรื่องที่พัก และที่เที่ยว ทั้งในเมืองไทย และ ต่างประเทศ ที่พี่เคยไป ก็จะเขียนในปีหน้า เพราะทุกรูปถ่ายที่เห็นในหน้าแรกของเว็บ ก็มีเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ที่น่าสนใจ และอยากจะเล่าให้ทุกคนฟังครับ

สำหรับเรื่องที่ไม่ได้ update นานแล้ว ก็จะทำการ update ครับ ทั้ง PhD Diary ที่จะทำการ update แล้วถ้าพี่เรียนจบแล้วคงมีการเปลี่ยนเป็น P’Oat Diary แทน

เรื่องแนะนำหนังก็จะมีการ Update คืออยู่ที่นี่แล้วจะงงๆ ว่าเรื่องนี้เข้าอังกฤษ ไม่เข้าเมืองไทย เข้าอเมริกาวันนึง เข้าเมืองไทยวันนึง เข้าอังกฤษอีกวันนึง เมื่อกลับเมืองไทยก็จะแนะนำเฉพาะหนังที่เข้าสัปดาห์นั้นๆ ได้ถูกต้องครับ

สำหรับนิตยสาร Positioning นั้น หลังจากพี่เขียนคอลัมน์ Global Wrap from UK ให้กับทางนิตยสาร มาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม เล่มเดือน พฤศจิกายน 51 จะเป็นเล่มสุดท้ายแล้วครับ เพราะพี่ได้ขออนุญาตพี่ๆทางกอง บก. เพื่อทุ่มเทให้กับช่วงสุดท้ายของการเรียนอย่างเต็มที่ แต่เมื่อกลับเมืองไทย ก็อาจมีงานเขียนอื่นๆให้กับทาง Positioning อีก ซึ่งคงต้องแล้วแต่ทางพี่ๆกอง บก.ครับ แล้วพี่จะมาบอกนะครับ แต่อยากจะแนะนำทุกคนว่า นิตยสาร Positioning Magazine เป็นนิตยสารธุรกิจ และการตลาด ที่ทำให้เราทันกับโลกปัจจุบันจริงๆ กลับไปปุ๊บ พี่จะสมัครสมาชิกรายปีทันทีเลย ^^

พี่สัญญาว่าจะพัฒนาเว็บ P-Oat.com ให้ดีขึ้น และจะนำเรื่องที่น่าสนใจมาเขียนบ่อยๆ ครับ

พี่ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งครับ ^^@
P’ Oat
Gunwharf Quays, Portsmouth
6 Dec 2008

Domino Day 2008

Posted by admin On November - 19 - 2008

ถ้าพูดถึงโดมิโน ทุกคนคงคิดถึง การเอาแท่งพลาสติกเล็กๆ มาวางเรียงกัน แล้วผลักให้ล้มจนล้มต่อกันไปเรื่อยๆ แต่ Mr. Domino (Robin Paul Weijers) ได้ทำให้โดมิโน เป็นอะไรที่มากกว่านั้น โดยในปีนี้ เค้าและผู้ช่วยรวม 85 คน ได้ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการวางโดมิโนจำนวน 4,500,000 อัน ใช่แล้วครับ โดมิโน  จำนวน สี่ล้านห้าแสนอัน ที่ WTC Expo Center เมือง Leeuwarden ประเทศเนเธอร์แลนด์ และทำการล้มโดมิโนในวันที่ 14 November 2008 ที่เพิ่งผ่านมา

ผลปรากฎว่า มีส่วนหนึ่งทำไม่สำเร็จ แต่ก็สามารถทำให้โดมิโนล้มไปได้ถึง 4,345,027 อัน นับเป็นสถิติโลกใหม่ พร้อมกันนี้ ยังทำลายสถิติโลกด้านอื่นๆ อีกถึง 9 รายการ

1. โดมิโนแบบตั้งแบบม้วนเป็น Spiral ที่ยาวที่สุดในโลก 200 เมตร

2. โดมิโนแบบปีนขึ้นสูงที่สุด 12 เมตร

3. โดมิโนที่เล็กที่สุด 7 มิลลิเมตร

4. โดมิโนที่ใหญ่ที่สุด 4.8 เมตร

5. กำแพงโดมิโนที่ยาวที่สุด 16 เมตร

6. โครงสร้างที่ทำจากโดมิโนที่ใหญ่ที่สุด 250,000 อัน

7. โดมิโนความยาว 30 เมตรที่ล้มเร็วที่สุด 4.21 วินาที โดยครั้งนี้มีนักวิ่ง 100 เมตร อันดับ 1 ของเนเธอร์แลนด์ Churandy Martina มาวิ่งแข่งกับโดมิโนที่ล้มด้วย โดยเค้าวิ่งชนะโดมิโนโดยใช้เวลาเพียง 3.81 วินาที

8. โดมิโนจำนวนเยอะที่สุด (727 อัน) ที่ตั้งอยู่บนฐานโดมิโนอันเดียว

9. โดมิโนที่ตั้งเป็นผืนสี่เหลี่ยมที่ใหญ่ที่สุด จำนวน 1 ล้านอัน

ที่เค้าทำได้สุดยอดไม่เพียงแต่จำนวนของโดมิโนที่ล้มเท่านั้น แต่ความสวยงาม และความหมายของ โดมิโนเหล่านี้ทำให้ผู้ชมทั่วโลกต้องทึ่งในความสามารถของทีมงานนี้

และสถิติของการล้มโดมิโนก็อาจจะอยู่ได้แค่ปีเดียวเท่านั้น เพราะปีหน้า Domino Day 2009 พวกเค้าจะกลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อทำลายสถิตินี้อีกครั้งครับ @

 

กดดูคลิปกันได้เลยครับ พี่รับรองว่าจะไม่ผิดหวังครับ 

 

Banana Diet

Posted by admin On November - 6 - 2008

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ครับว่าในเวลานี้ กล้วยกลายเป็นสิ่งหายากในญี่ปุ่นไปแล้ว ตั้งแต่คนเริ่มหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่า Banana Diet ซึ่งในญี่ปุ่นเชื่อกันว่า เป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผล และทำได้ง่ายที่สุด โดยไม่ลำบาก และไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงใดๆ เลย 

เรื่องนี้นิตยสาร Time ก็ได้ติดตามเหมือนกันครับ เพราะในเวลานี้ Supermarket แทบทุกแห่งของญี่ปุ่นไม่มีกล้วยเหลือแล้ว หลายคนที่อยากจะทาน Banana Diet ต้องแวะไปที่ Supermarket ทุกวัน ถ้ามีมาวางเมื่อไหร่ก็หมด 

ในมุมของการทำธุรกิจ แล้วหลายคนคงตั้งคำถามว่า มี Demand เยอะ ทำไมไม่ Import กล้วยมากขึ้น บริษัท Dole Japan ยืนยันว่า 4 เดือนที่ผ่านมาได้เพิ่มการ Import กล้วยไปแล้ว 25% ซึ่งเป็นการ Import กล้วยที่เยอะที่สุดในรอบ 40 ปี แต่ก็ไม่ใกล้เคียงกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นราว 80%

ความเป็นห่วงของผู้นำเข้าที่ไม่นำเข้ามาเยอะกว่านี้เพราะ การ Diet ด้วยอาหารเฉพาะประเภทอย่างนี้มีมาตั้งแต่ปี 1970 ที่ทำให้ Oolong tea ขาดตลาด และ เคยมีสูตรที่กิน กล้วยกับไข่ต้ม ต่อมาในปี 1990 Apple, โกโก้ จนล่าสุดปีที่แล้ว Soybean ก็เป็นที่นิยมจน Supermarket เหมือนกัน 

จากประสบการณ์นี้ทำให้ผู้นำเข้า และผู้ขายมีความกังวลที่จะสั่งกล้วยมามาก เพราะคาดว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า กระแสความนิยม Banana Diet จะหมดไป และจะทำให้กล้วยที่สั่งมาขายไม่ได้

หลายคนคงอยากทราบวิธีกิน Banana Diet แล้ว อันนี้พี่เอามาจาก Time นะครับ 

1. กล้วยอย่างน้อย 1 ลูก กับน้ำเปล่าไม่เย็น สำหรับอาหารเช้า 

2. มื้อกลางวันกับมื้อเย็นทานอะไรก็ได้ (แนะนำให้ทานกล้วยด้วยก่อน อย่างน้อย 1 ลูก ทั้งสองมื้อ)

3. กินของว่างช่วงบ่ายสามได้ แต่ห้ามกินของหวานหลังอาหารทุกมื้อ

4. มื้อเย็นต้องทานก่อน 2 ทุ่ม

5. เข้านอนก่อนเที่ยงคืน

จริงๆ แล้วพี่ค่อนข้างไม่เชื่อวิธี Banana Diet เพราะมีนักวิทยาศาสตร์ ออกมายืนยันน้อยมาก แต่ถ้ามองตามความจริงแล้ว อาจมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้จริงๆ ครับ เพราะพี่ลองคิดดูแล้วว่า

กล้วย 1 ลูก มี Calories ประมาน 105 kcal ไม่มีไขมัน มี Dietary Fiber 3 กรัม น้ำตาล 14 กรัม วิตามิน A, C มี Calcium 1% และ Iron 2%

การทานกล้วยก่อนอาหาร จะทำให้ค่อนข้างอิ่มแล้วทานได้น้อยลงครับ ในขณที่ไฟเบอร์ในกล้วยมีส่วนช่วยย่อยอาหาร 

ส่วนการทานน้ำตอนเช้า อันนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำให้สุขภาพดี และการทานของว่างตอนบ่าย อาจมีส่วนให้ทานข้าวเย็นน้อยลงนิดหน่อย 

การทานอาหารก่อน 2 ทุ่ม ทำให้ร่างกายมีเวลาเผาผลาญอาหารพอสมควร ส่วนการนอนก่อนเที่ยงคืน นอกจากทำให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยให้ระบบย่อยในร่างกายมีเวลาพักผ่อน 

แต่พี่เชื่อว่าถ้ากินเยอะเกินไป Banana Diet ก็คงช่วยไม่ได้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่ทดสอบดูดีกว่า เพราะกล้วยที่นี่ ยังไม่ขาดตลาด หาได้ง่าย แม้จะแพงประมาณ กิโลละ £1.4 (80 บาท) แต่ก็ไม่ต่างกับราคาผัก ผลไม้สุดแพงที่นี่อยู่แล้วครับ @

Beijing 2008: Latest News !!!

Posted by admin On August - 11 - 2008

“วาเนสซา เม” เตรียมแข่งสกีโอลิมปิกให้ไทย - Tue, 27 Jul 2010
วาเนสซา เม ยอดนักไวโอลินสาวชื่อก้องโลกสัญชาติอังกฤษ สร้างความฮือฮาเตรียมลงแข่งสกีในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “โซชิเกมส์” ที่ประเทศรัสเซีย ประจำปี 2014 ในนามทีมชาติไทย หลังยื่นความประสงค์ไปยังบอร์ดโอลิมปิกไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากความสามารถในการสะ

ลาโอลิมปิก “เหยา” หวั่นเจ็บเท้าทำอนาคตดับ - Mon, 26 Jul 2010
เหยา หมิง เซ็นเตอร์ซูเปอร์สตาร์ชาวจีน ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ลงช่วยชาติทำศึกบาสเกตบอลในกีฬาโอลิมปิก 2012 เนื่องจากหวั่นใจว่าการลงสนามมากเกินไปอาจทำให้อนาคตยัดห่วงในเอ็นบีเอ (NBA) เหลือน้อยลงทุกขณะ แม้ประคบประหงมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัดเ

“น้องณี”นำทัพเป้าบินล่าตั๋วลอนดอนเกมส์ - Mon, 19 Jul 2010
“น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ยอดนักยิงเป้าบินสาวทีมชาติไทย นำทีมล่าโควตาลุยโอลิมปิก 2012 “ลอนดอนเกมส์” ในศึกแม่นเป้าที่เยอรมนี การแข่งขันยิงเป้าบินกระชับมิตรในรายการ แพนแปซิฟิก ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีนักกีฬา

“เจ๊บุษ” ปลื้ม “ปวีณา” เป็นนักกีฬาแบบอย่างยูธโอลิมปิก - Wed, 09 Jun 2010
“เจ๊บุษ” บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย รู้สึกปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ “ไก่” ปวีณา ทองสุก อดีตฮีโร่ยกเหล็กแดนสยาม ได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักกีฬาแบบอย่าง 26 คน ของมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิก ซึ่งจ

เทควันโดอ้อนของบฯ คัด อลป. - Thu, 20 May 2010
“บิ๊กเอ” พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เตรียมของบจากรัฐบาลและเอกชน หลังจากที่เฉือนเอาชนะจีนไป 3 แต้มในการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพการจัด “ควอลิฟายกีฬาโอลิมปิก” โซนเอเชีย เป็นเอกฉันท์ โดย 14 ชาติเทใจให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพคัดเลือกโอลิมปิกเดือนตุลาคม พ.ศ.2554 มั่นใจไม่ทำให้ชาติใดผิดหวัง ขณะที่การจับสลากแบ่งสาย ปรากฏว่า เด็กไทยมีสิทธิ์เจอตัวเต็งทั้ง เกาหลีใต้ และ อิหร่าน แต่โค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมไทย มั่นใจซิวเหรียญทองกลับบ้าน

ข่าวทั้งหมดจาก MGR Sport